วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

โอเว่นโว พัฒนาฝีเท้าได้อีก

ไมเคิ่ล โอเว่น(Michael Owen)

ไมเคิ่ล โอเว่น หัวหอก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอีก หลังเผยเคยหวั่นเส้นทางอาชีพค้าแข้งส่อแววมาถึงทางตัน ก่อนย้ายมาสวมชุด "ปีศาจแดง" พร้อมยืนยันไม่ได้สูญเสียความเร็วไปในช่วงหลายฤดูกาลหลังๆ อย่างที่หลายคนคิดกันเลย


ไมเคิ่ล โอเว่น กองหน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์ พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลหลังสุด ยืนยันว่าตนได้พัฒนาตัวเองในฐานะนักเตะขึ้นมาอีก หลังยอมรับว่าเกือบหมดหนทางบนเส้นทางค้าแข้ง ก่อนจะย้ายมาแจ้งเกิดอีกครั้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเจ้าตัวเปิดปากเผยเป็นครั้งแรกว่า นิคกี้ บัตต์ อดีตมิดฟิลด์ "ปีศาจแดง" ที่เคยเล่นอยู่ด้วยกันที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นคนบอกให้ตนรู้ถึงโอกาสที่จะย้ายมายัง "โรงละครแห่งความฝัน"

ดาวเตะวัย 29 ปี กล่าวว่า "นิคกี้ บอกว่า "อย่าบอกใครนะว่าฉันโทรศัพท์มาหานาย โดยเฉพาะยิ่ง อย่าบอกผู้จัดการทีม แต่เขา (เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) ถามถึงนาย ถามว่านายซ้อมเป็นยังไง ก็เลยมาบอกให้นายรู้ไว้ก่อน เผื่อเขาโทร.มาจริงๆ" ภรรยาผมอยู่อีกห้องหนึ่ง ผมเลยต้องตะโกนบอกเธอ และเราทั้งคู่ต่างก็ตื่นเต้นกันมาก"

จากนั้น โอเว่น ก็ได้คุยกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้พูดถึงความตั้งใจที่จะคว้าตัวจบสกอร์ที่ผลงานผ่านการพิสูจน์มาแล้ว หลังจากต้องชวดได้ตัว คาริม เบนเซม่า ไปให้ เรอัล มาดริด โดย "เบบี้โกล์" เผยว่า "ทันทีที่เขาพูดว่า "ไมเคิ่ล" ผมก็รู้ว่าเป็นเขา (เฟอร์กูสัน) น้ำเสียงของเขาโดดเด่นมาก ผมเลยรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น"

เขาบอกว่า "เรากำลังมองหากองหน้าอยู่ คาร์ลอส (เตเวซ) กำลังจะย้ายไป เราพยายามคว้าตัว เบนเซม่า แต่พอไม่สำเร็จ เราเลยมองหานักเตะที่ทำประตูเป็นกอบเป็นกำ เห็นได้ชัดว่าคำถามสำคัญคือคุณฟิตหรือเปล่า ซึ่งเป็นคำถามง่ายๆ คนอื่นอาจจะมองว่าเสี่ยง แต่ผมไม่คิดแบบนั้น"

อดีตสตาร์ ลิเวอร์พูล กล่าวต่อไปว่า "ผมเคยรู้สึกว่าตัวเองมาถึงทางตัน แต่มันย่อมจะมีทางออกเสมอ ผมยังอายุแค่ 29 หลายคนบอกว่าผมเหมือนคนอายุ 40! ผม "สูญเสียความเร็วไปแล้ว" มาตลอด 9 ปี! ปัญหาเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าตอนช่วงต้นอาชีพค้าแข้ง ทำให้ความเร็วของผมหายไปทันที แต่นับตั้งแต่นั้น ผมก็เป็นนักเตะคนเดิมมาตลอด"

โอเว่น ยังยอมรับด้วยว่าประตูที่เขายิงให้ทีมเฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-3 อย่างสุดมันส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ช่วยให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสโมสร "การยิงประตูที่สำคัญแบบนั้นในการพบกับคู่ปรับสำคัญช่วยผมได้เยอะ ผมช่วยให้ทีมชนะ ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสโมสร ผมรู้สึกยอดมากท่ามกลางเพื่อนร่วมทีม และแฟนๆ ผมได้เจอพ่อผมด้วยหลังจากนั้น และเขาก็มองผมด้วยใบหน้าประมาณว่า "พยายามเข้า" อย่างที่ผมเห็นมาชั่วชีวิต แล้วผมก็พูดว่า "ลูกนั้นมันสุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ จะอยู่ใน 3 หรือ 5 อันดับแรกดีล่ะ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น